41. Confidentiality
(ความลับของข้อมูล) หมายถึง การปกป้องข้อมูลโดยมีเงื่อนไขว่าข้อมูลนั้นใครมีสิทธ์ที่จะล่วงรู้ เข้าถึง และใช้งานได้ และการทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
42. Integrity
(ความคงสภาพของข้อมูล) หมายถึง การปกป้องเพื่อให้ข้อมูลไม่ถูกแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือ ถูกทำลายได้
43. Availability
(ความพร้อมใช้งานของข้อมูล) หมายถึง ข้อมูลจะต้องมีสภาพพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
44. Identification
(การระบุตัวตน) หมายถึง ขั้นตอนที่ผู้ใช้แสดงหลักฐานว่าตนเองคือใคร เช่น ชื่อผู้ใช้
45. Authentication
(การพิสูจน์ตัวตน) หมายถึง ขั้นตอนที่ตรวจสอบหลักฐานเพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลที่กล่าวอ้างจริง
46. Authorization
(ความลับของข้อมูล) หมายถึง การอนุญาตให้เข้าใช้งานและระดับสิทธิ์ในการเข้าถึง
47. Non-repudiation
(การห้ามปฏิเสธความรับผิด) หมายถึง วิธีการสื่อสารที่ผู้ส่งข้อมูลได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งข้อมูลแล้วและผู้รับก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ส่งเป็นใคร ดังนั้นทั้งผู้ส่งและผู้รับจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าวในภายหลัง
48. Threat
(ภัยคุกคาม) หมายถึง การสร้างความเสียหายในระบบคอมพิวเตอร์
49. Cryptography
(การเข้ารหัส) หมายถึง การทำให้ข้อมูลที่จะส่งผ่านไปทางเครือข่ายอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถอ่านออกได้ ทำให้ข้อมูลนั้นเป็นความลับ ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์จริงเท่านั้นจะสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ด้วยการถอดรหัส
50. Secure Sockets Layer (SSL)
หมายถึง โปรโตคอลความปลอดภัย ที่ถูกใช้เป็นมาตรฐานในการเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น